ก็ในเมื่อพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก ดังนั้นด้วยอำนาจแห่งพระเจ้าจึงสามารถเสกให้มนุษย์ทั้งปวงไม่ต้องเจ็บป่วยได้ แต่ที่พระเจ้าไม่ทำแบบนั้นเพราะ มนุษย์ป่วยเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ เช่น ตับแข็งเพราะกินเหล้า ถ้าพระเจ้าเสกให้หายเป็นตับแข็ง อีก 20 - 30 ปี มนุษย์ผู้นั้นก็ต้องตับแข็งอีก เพราะมนุษย์ยังไม่เลิกกินเหล้า พระเจ้าก็ต้องทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดังนั้นพระเจ้าจึงไม่ทำ
ก็ในเมื่อทักษิณมีเงินมากพอที่จะปลดหนี้ IMF ได้ ทำไมทักษิณไม่สละทรัพย์ของตัวเองมาใช้หนี้ IMF เลย นั่นเพราะ คนไทยก็ยังใช้เงินสิ้นเปลืองอยู่ คนรากหญ้าก็ยังสร้างรายได้ไม่ได้อยู่ ดังนั้น ถ้าทักษิณใช้เงินของตัวเองจ่ายหนี้ IMF อีก 20 - 30 ปี คนไทยก็ต้องกู้เงิน IMF อีกอยู่ดี
ตามที่เกริ่นไปด้านบน
ก็วันนี้คนที่บอกว่าตัวเองเป็นไพร่ เรียกร้องหาความยุติธรรมที่ไม่ได้รับจากอำมาตย์ สิ่งที่อยากจะบอกคือ ถ้าพรุ่งนี้ พระเจ้าเสกให้ทุกคนมีเงินเท่ากัน อยู่ในสถานที่ที่มีปัจจัยเดียวกันหมด น้ำถึง ไฟถึง ที่ดินเท่ากัน ความรู้เท่ากัน
- ก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะทำสิ่งใดๆ เพื่อให้ตัวเองมีมากกว่า มีเหนือกว่า เช่น เขาผู้นั้นก็พยายามสร้างเครือข่ายมือถือขึ้นมา แล้วให้บริการ แล้วก็ป่าวประกาศว่า นี่คืออุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย วัยรุ่นต้องมีใช้ถึงจะเท่
- คนกลุ่มที่อยากมีอยากได้ แต่สร้างรายได้ไม่เป็น ก็จะขายที่นา ขายสมบัติ เพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้ เพื่อจะยกสถานะของตัวเองว่า นี่ฉันก็มี ฉันก็เป็น อย่างที่คนอื่นๆ เขามีกัน
- คนกลุ่มแรกก็จะมั่งมีขึ้นจริง และเมื่อมีเงิน มีสมบัติก็มีอำนาจ แล้วก็เป็นอำมาตย์
- คนกลุ่มสองรายได้ก็หดหาย ทำกินไม่ได้ ยากจน ลำบาก แล้วก็บอกว่าตัวเองเป็นไพร่
ไม่ใช่ว่าไพร่ทั้งหมด จะมีที่มาจากที่ว่ามานั้น แต่ที่อยากจะบอกคือ คนจะเป็นไพร่ ก็ด้วยลักษณะนิสัยอันไม่ขยัน ไม่ไขว่คว้า ส่วนคนจะเป็นอำมาตย์ก็ด้วยทะเยอทะยาน ด้วยความเพียร ด้วยความพยายาม ไม่ใช้ว่าพอตัวเองทำไม่ได้ หรือพยายามไม่มากพอ ก็มาล้งเล้งว่าเพราะคนนู้นคนนั้น (จริงแล้วไพร่ที่จะขยับชั้นแต่ถูกอำมาตย์สกัดดาวรุ่งนั้นก็มีอยู่ แต่ก็คงไม่ใช่กลุ่มใหญ่)
จบครับ




Ubuntu ไม่มีเงินสนับสนุน
Ubuntu ไม่มีเงินสนับสนุน ผลักดันไม่สำเร็จในไทย เป็นเพราะคนทำ Ubuntuclub ไม่ขยัน ไม่ไขว่คว้า
ไมโครซอฟท์ ยึดโลก ด้วยทะเยอทะยาน ด้วยความเพียร ด้วยความพยายาม
แบบนี้ได้ปะ
ถูก แบบเดียวกัน
ถูก แบบเดียวกัน ต่อให้ยึดเงินบิลเกตทั้งหมด แล้วไม่ต้องยึดเงินผมเลย บิตเกตก็จะไขว้คว้าด้วยความพยายาม แล้วก็จะแซงผมได้ในที่สุด แต่ที่ต่างจากตัวอย่างในบล๊อกคือ ผมไม่ได้ออกมาโวยวายว่าคนนู้นผิดคนนี้ผิด แต่ผมเข้าใจและยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
ถ้าอย่างงั้นจะทำ ubuntuclub
ถ้าอย่างงั้นจะทำ ubuntuclub ไปทำไมอะ
ผมไม่ได้ทำให้ชนะนะ ผมชอบ
ผมไม่ได้ทำให้ชนะนะ ผมชอบ แล้วก็สนุก และมันก็เป็นงานอดิเรก คุณเคยได้ยินจากผมเหรอว่า Ubuntu ต้องชนะ หรือ MS เลวมากที่ปิดกั้นทางเกิดของ Ubuntu
ถ้าจะอ้างอิงจาก blog ข้องบนก็คือ ชาวนาก็ไม่ได้จำเป็นต้องรวยกว่าบริษัทที่ทำมือถือ และชาวนาก็ไม่ได้ต้องมีมือถือ แค่ว่า ถ้าอยากมีก็ซื้อได้ แต่ถ้าความอยากนั้นทำตัวเองลำบากก็อย่าไปโทษคนนู้นคนนี้
ปล. ผมยังต่อท้ายในวงเล็บไว้นะ ว่า ไพร่ที่ถูกสกัดดาวรุ่งนั้นมี กรณีนี้ผมก็เห็นควรที่จะจัดการอำมาตย์ เพียงแต่ไพร่ที่เป็นเพราะตัวของตัวเองมันไม่เข้าท่าที่จะเรียกร้องไง
เอ ผมก็ไม่ได้บอกว่า
เอ ผมก็ไม่ได้บอกว่า ubuntuclub ต้องชนะ แบบชนะในเชิงจำนวนผู้ใช้นี่นะ
แต่คุณทำ ubuntuclub ก็เพราะต้องการรวมคนที่ใช้ ubuntu ให้เหนียวแน่นอยู่ดีใช่ไหม คือคุณทำเพราะมี goal อะไรสักอย่างอยู่ดี
ทีนี้คำถามของผมคือ ถ้าเอาตามคำพูดของคุณเอง คุณเป็นคน "ไม่ขยัน ไม่ไขว่คว้า" หรือเปล่า? (ไม่เกี่ยวกับโดนสกัดดาวรุ่งนะ)
ถ้าจะพูดถึง goal ต้องมีแน่นอน
ถ้าจะพูดถึง goal ต้องมีแน่นอน แต่จะรู้ตัวหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง
ถ้าตอบคำถามของคุณ อันนี้ตอบยาก เรียกว่าขยันไม่มากพอ แต่ก็ไม่ขี้เกียจจนทุเรศล่ะมั๊ง แต่ก็คงต้องบอกว่า แรงขยันอยู่ในระดับ goal ที่ต้องการ ผมถึงไม่ได้เป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรล่ะมั๊ง
คือประเด็นของผมจะบอกคุณแค่ว่า
คือประเด็นของผมจะบอกคุณแค่ว่า ทุกคนมันมีความฝันและความหวังไง การไปดูถูกคนว่าขี้เกียจหรือโลภ ผมว่ามันไร้สิ้นซึ่งความเป็นมนุษย์มากอะ (ผมผิดหวังในตัวคุณมากนะ)
การที่คน "ขายที่นา ขายสมบัติ เพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือมาใช้ เพื่อจะยกสถานะของตัวเองว่า นี่ฉันก็มี ฉันก็เป็น อย่างที่คนอื่นๆ เขามีกัน" มันก็ไม่ต่างอะไรกับคุณเล่น Palm เล่น MacBook ซื้อรถ ซื้อที่ต่างจังหวัด อะไรพวกนี้หรอก มันก็เป็นความฝัน ความหวังของเขาเหมือนกัน (แค่ไม่เหมือนกับคุณ) การที่คุณอยากไปมีที่ทำไร่สบายๆ ในต่างจังหวัด มันก็คือความอยากมีอยากเป็นของคุณเหมือนกัน ทำไมคุณถึงไปดูถูกคนอื่นเล่า
คือผมแค่อยากจะบอกว่า
คือผมแค่อยากจะบอกว่า การที่ทำไม่ได้เองก็อย่าได้ไปโวยว่าคนนู้นผิดหรือคนนี้ผิดไง และการอยากได้อยากมีมันก็ไม่ได้ผิดตรงไหน แต่ไอ้อยากได้อยากมีเกินความจำเป็นจนทำให้ตัวเองเดือนร้อนเนี่ย มันไม่ถูกไง
ผมเห็นบ่อยๆ ที่ต่างจังหวัดว่า คนหนุ่มสาวพาพ่อแม่แก่ๆ ไปบริษัทไฟแนนซ์เพื่อเอาที่ไปวาง แล้วเอาตังค์มาซื้อรถ
แล้วก็ไอ้การที่ผมมีปาล์มมี iBook เนี่ย มันไม่ได้เกินกำลังผมไง อย่างปัจจุบันผมก็ใช้ Sony Ericson เก่าๆ อยู่ iBook ผมก็ใช้อยู่จนเพิ่งพังไปเมื่อตอนเคอร์ฟิว
ยกตัวอย่างจากตัวผมนะ คือถ้าผมเอาบัตรเครดิตไปถอย MacBook Pro จ๊าบๆ Android แพงๆ เพื่อให้มีหน้ามีตาในสังคม แล้วพอจ่ายหนี้บัตรเครดิตไม่ทัน แทนที่จะเอาความรู้ที่มีมาหารายได้เพิ่มก็ไม่ทำแต่ดันมาโวยว่า บริษัทบัตรเครดิตมันหน้าเลือด มีเงื่อนไขลับๆ ที่ไม่บอกเรา ดอกเบี้ยแพงเกินควร บริษัทไอทีมันออกผลิตภัณฑ์ใหม่เร็วเกินเพื่อให้ของเราตกรุ่นจะได้ซื้อใหม่ อันนี้มันก็ต้องด่าไง
ปัญหาคือ "MacBook Pro จ๊าบๆ
ปัญหาคือ "MacBook Pro จ๊าบๆ Android แพงๆ" มันเป็นเรื่องมุมมองน่ะ คุณอาจคิดว่าไม่จำเป็น คนอื่นอาจคิดว่าจำเป็นก็ได้ไง การคิดแบบนี้มันเป็นการเอาตัวเราไปตัดสินแทนคนอื่นมากไปหน่อย
คือแบ่บว่า
คือแบ่บว่า ความจำเป็นกับความอยากได้เนี่ย บางทีมันซ้อนทับกันไง หรือบางครั้งเราแค่หลอกตัวเองวาจำเป็น
เช่นกรณีผม ผมมองว่า iBook จำเป็นต้องมี เพราะมันเป็นสิ่งที่ใช้ในการประกอบอาชีพ แต่เอาเข้าจริงแล้ว นั่นมันแค่ข้ออ้าง เพราะการทำงานของผม ผมก็ทำงานที่ทำงานใช้คอมที่ทำงาน แล้วชีวิตจริงผมใช้คอมที่บ้านก็ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเอาเข้าจริง ผมเล่นร้านเน็ตแถวบ้านชั่วโมงละ 10บาท ดีกว่า ไม่ต้องจ่ายค่าเน็ตค่าไฟด้วยซ้ำ แต่ผมก็ยังซื้อ ดังนั้นการที่ผมมีคอมพิวเตอร์ที่บ้านคือความอยากที่เราเอาคำว่าจำเป็นมาอ้างและหุ้มไว้
ปล. อยากจะได้แต่สิ่งของจำเป็น ทีวีตู้เย็นจำเป็นต้องใช้ (อันนี้เพลงคาราบาวนะ สมัยผมเด็กฮิตมาก)
แล้วก็อย่าลืมว่า ทั้งหมดที่ผมพูดมาตั้งแต่ต้นคือ ผมอ้างถึงไพร่ในบางส่วน ที่เป็นไพร่โดยสันดาน เรียกร้องให้คนนู้นคนนี้ช่วย โดยไม่เคยช่วยเหลือตัวเอง คือผมไม่ได้ด่ากราดหรือเหมารวมนะ
แล้วก็ไอ้การต้องซื้อของเพราะจำเป็นมันก็เหมาะสมดีไง แต่ไอ้ช่องก่อนหน้าคุณเขียนคล้ายกับว่า การขายที่ดินขายสมบัติ เพราะมีความฝันอยากได้รถนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมอ่ะ
เนี่ย ปัญหาคือ มัน "เหมาะสม"
เนี่ย ปัญหาคือ มัน "เหมาะสม" ในสายตาของคุณไง มันอาจจะ "ไม่เหมาะสม" ในสายตาคนอื่น (เช่น แฟนคุณ) ก็ได้ จริงปะ
ทำไมขายที่ดินขายสมบัติ เพราะมีความฝันอยากได้รถ ถึงไม่เหมาะสมละ
ถ้า 1) คนนั้นได้รถแล้วเป็นหนี้ คงไม่เหมาะดังคุณว่า
แต่คุณจะรู้ได้ไงว่า 2) ได้รถ เป็นหนี้ แต่ความฝันสูงจริงๆ สุดท้ายเปิดเตนต์รถได้ รวยเลย แบบนี้เหมาะสมหรือเปล่า มันยากน่าที่จะตัดสินคนด้วยอะไรง่ายๆ แบบนี้
ผมก็ไม่ได้บอกนะ
ผมก็ไม่ได้บอกนะ ว่าห้ามขายที่ดินเพื่อมาตามหาฝัน เพียงแต่ถ้ามันล้มเหลวเพราะทำเกินกำลังทั้งที่ความฝันนั้นไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นก็อย่าได้ไปล้งเล้งกับใครไง คือคุณขายที่นาซื้อรถ แต่เกิดพลาดเอารถมาทำกินแทนที่นาไม่ได้แล้วดันอดตาย แต่ไม่ได้โวยวายใคร ก็เป็นสิทธิ์ที่เขาจะทำได้ไง
แล้วถ้าเขาทำด้วยความพยายามแล้ว แล้วไม่สำเร็จ ก็เหมาะสมที่จะไปขอความช่วยเหลือจากรัฐ แต่ถ้ารัฐไม่ช่วยก็เหมาะสมที่จะล้งเล้ง แต่ไอ้ที่ผมด่าคือ ไม่ได้ช่วยตัวเองเลย ขายที่ได้รถก็ขับเล่น โอ่ชาวบ้านไปวันๆ พอหมดทรัพย์สินก็ไปโวยรัฐ คือผมหมายถึงแบบนี้ไง แนะนำว่าอ่านข้างบนซ้ำช้าๆ อีกรอบ
คือ ถ้าคุณทำใจให้ว่างว่า ผมไม่ได้มีความคิดเอียงในทางใครเลย แต่คิดแบบในหนทางของผมเอง คุณจะเข้าใจผมมากขึ้นนะ คือที่คุณไม่เข้าใจผมสักทีเพราะคุณกำลังไล่ตามว่าผมกำลังคิดอยู่ในกรอบของใครไง (หรือเปล่านะ อันนี้แค่สันนิฐาน คุณคนเดียวที่จะรู้)
อีกอย่างคือ
อีกอย่างคือ "เรียกร้องให้คนนู้นคนนี้ช่วย โดยไม่เคยช่วยเหลือตัวเอง" นี่มันไม่จำเป็นต้องเป็นไพร่นะ ลูกหลานอำมาตย์มีเยอะเลย
แบ่บว่า
แบ่บว่า ผมก็ไม่ได้เคยชมว่าอำมาตย์ต้องดีอ่ะนะ
ให้ทุกคนมีเงินเท่ากัน <<
ให้ทุกคนมีเงินเท่ากัน << อ่านแล้วนึกถึงเอ็นทรีนี้เลย dekisugi.net/archives/5610
พอไปอ่าน gumara.com/content/ต่อไป-อย่างไร ประกอบ เลยนึกถึงแนวคิด Georgism ที่ว่า ทุกคนสมควรได้ครอบครองของที่ตัวเองสร้างมา แต่ไม่ควรครองสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่ควรเป็นของส่วนรวม เช่น ที่ดิน จึงเป็นเหตุให้แนวคิดนี้ คัดค้านภาษีจากแรงงาน จากการบริโภค จากการลงทุน แต่เก็บภาษีมูลค่าที่ดินแทน
ลองค้นในเน็ตดูซิ "เฮนรี จอร์จ" กับ "เหมืองแร่เถื่อน"
ถ้าในแง่มุมมองของผม
ถ้าในแง่มุมมองของผม ทุกสิ่งเป็นของธรรมชาติ ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน แต่ทรัพยากรที่รกร้างอยู่ ถ้าใครบุกเบิกก่อน คนนั้นควรได้สิทธิ์ครอบครองโดยถูกกฏหมาย
แต่การครอบครองและหาผลประโยชน์จากทรัพยากรนั้น ต้องไม่กระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นในโลก เช่น ผมถางป่า 5 ไร่ ผมถือสิทธิ์พื้นที่นั้นและหาประโยชน์ได้โดยชอบธรรม แต่คนทั้งโลกต้องเสียโอกาสในการได้ออกซิเจนเพิ่มจากป่า 5ไร่นั้น เจ้าของที่ต้องหาทางชดเชย กระรอกต้องลดปริมาณลง เพราะไม่มีพื้นที่ทำรัง เจ้าของต้องหาทางชดเชย
คือผมคิดประมาณนี้นะ
Monopoly
Monopoly เมื่อผ่านไปชั่วโมงหนึ่งแต่ละคนก็มีเงินและทรัพย์สินที่แตกต่างกัน เพราะโอกาสแต่ละคนที่ทอยเต๋าได้แตกต่างกันและตกไปยังพื้นที่ที่แตกต่างกันบางคนโชคดีมากตกในที่ดินราคาถูกผลตอบแทนสูงก็สามารถซื้อไว้ใช้หาผลกำไรได้ ขณะที่บางคนไม่เคยตกอะไรที่มันดีๆกับเค้าตกแต่ที่ดินที่มีคนครอบครองแล้ว ทั้งๆที่ตอนเริ่มเกมก็แจกเงินให้เท่ากันทุกคนแล้วนะ
เคสนี้จะเรียกดวงก็ได้ครับ ส่ว
เคสนี้จะเรียกดวงก็ได้ครับ
ส่วนโลกความเป็นจริงนั้น เราอาจมองว่า ไม่แฟร์เลย ก็โอ๊คมันลูกทักษิณนี่หว่า มันถึงได้เป็นกรรมการบอร์ด ทั้งที่กูก็เก่งว่าแท้ๆ ซึ่งถ้ามองในแล่โอ๊คเทียบกับเรา อันนี้ไม่ยุติธรรมจริง แต่ถ้ามองว่า ทักษิณขยันมาก (ไม่ว่าจะทุจริตหรือสุจริต) ดังนั้นเขาควรได้รับความสุขจากความสำเร็จของลูกเขา มากกว่าที่พ่อของเราจะมีความสุขในความสำเร็จของเรา นั่นเพราะพ่อเราขยันน้อยกว่าพ่อโอ๊ค
ส่วน monolopy ก็ต้องถามว่า คุณเคยพยายามที่จะหัดทอยลูกเต๋าให้มันออกในเลขที่ต้องการ(โดยไม่ให้โดนจับได้)แล้วหรือยัง แทนที่จะทอยไปตามมีตามเกิดแล้วมาบอกว่า ดวงไม่ดี
โอกาสคนเราไม่เท่ากัน
โอกาสคนเราไม่เท่ากัน แล้วถ้าจะมาเรียกร้องให้เท่าเทียมกันทุกคนก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่างที่พี่มะระว่านั่นแหละครับ บางคนตกไหนซื้อหมดเงินหมดตกของคนอื่นก็ต้องขาย เพราะไม่มีการแทงกั๊กไว้บ้างแล้วจะมาบ่นว่าเจ้าของที่คิดแพงอย่างนั้นหรือ แล้วทำไมคุณไม่พยายามทอยเต๋าไม่ให้ตกบ้านคนอื่น :P
คือชีวติจริงเนี่ย
คือชีวติจริงเนี่ย ถ้าเราไม่มีตังค์ก็ไม่ต้องทอยเต๋าก็ได้ไง ก็อยู่เท่าที่มีไปก่อน หาได้ทำได้มากพอจะค่อยทอยเต๋าทีหลังก็ได้ ไม่ใช่ยังมีไม่พร้อมก็ทะลึ่งทอยเต๋าซะ
หรือถ้าอยากทอยเต๋านัก แต่ไม่มีเงินพอก็ต้องเสี่ยง แต่ถ้าเสี่ยงแล้วพลาดก็อย่าไปด่าคนนู้นคนนี้ว่าไม่ช่วย หรือจะไปฝึกทอยเต๋าตามใจสั่งก็เป็นการลดความเสี่ยได้ในกรณีที่ทุนยังไม่พร้อม
Post new comment