gumara

เหนือกว่าเหตุผล ผมไม่มีเหตุผล

dhamma

อินทรีย์ 5

อินทรีย์ ไม่ใช่ปุ๋ยอินทรีย์ แต่หมายถึงความเป็นใหญ่ มีด้วยกัน 5 ประการ ในแต่ละคนจะประกอบด้วย อินทรีย์ 5 อย่างนี้ แต่ว่า แต่ละอย่างมากน้อยไม่เท่ากัน

อินทรีย์ 5 ประกอบไปด้วย ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

เรามักจะเคยได้ยินพระพูดบ่อยๆเรื่อง ปรับอินทรีย์ (สมัยเด็กได้ยินบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ได้ยินแค่แดงเหลือง) เหตุเพราะ อินทรีย์แต่ละอย่างจะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ดังนั้นจึงควรให้สมดุล

คุณสมบัติของแต่ละอินทรีย์

  • ศรัทธา เมื่อเราศรัทธาแล้ว เราจะทำแล้วเราจะเชื่อ ข้อดีคือ ทำให้เราทำในสิ่งที่เราศรัทธาโดยไม่ลังเล เช่น เราเชื่อว่า ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟฟูจิ เราอยากดู เราก็มุ่งมั่นไปดูเลย ว่านั่นแหล่ะ ไปถึงมันมีแน่นอน อยู่ตรงนี้ตรงนั้น แต่ข้อเสียคือ ทำให้เราหลงเชื่อ เช่น พระไม่ดีที่หลอกนั่งในกระทะที่มีน้ำมันเดือด ซึ่งมันมีวิธีที่ทำให้ทำแบบนั้นได้ แต่เราศรัทธามาก เราก็เชื่อโดยไม่พิจารณา
  • วิริยะ ความเพียร อันนี้ยังนึกไม่ออกว่าข้อเสียคืออะไร
  • สติ สติคือมีสติ คิดว่าอันนี้ไม่มีข้อเสีย มีสติก็คือมีสติ ข้อดีก็เช่น ไม่ลืมของ เพราะตอนเอาไปวางได้วางอย่างมีสติเลยระรึกรู้ได้
  • สมาธิ ข้อดีคือสมาธิทำให้ตั้งมั่น เช่นตั้งใจเรียน แต่บางทีมีสมาธิในเรื่องนึงมากไปก็ทำให้จมอยู่แค่กับเรื่องนั้นๆ

คุณสมบัติของจิต

คุณสมบัติของจิต ไม่มีอ้างอิง อ้างอิงเอาเอง หรือเรียกว่า อ้างอิงจาก @gumara ก็ได้ ถูกหรือไม่ขึ้นอยู่กับ โจ๊ก โซคูล

  • จิตเป็นความว่าง
  • จิตไม่ได้คิด แต่จิตบริโภคความคิด
  • จิตบริโภคความคิดทุกอย่าง ไม่ว่าจะความคิดสวิรัต หรือความคิดขยะก็ตาม
  • จิตมีกำลัง และมีความสัมพันธ์กับกาย
  • จิตกับกายแยกกัน แต่มีความสัมพันธ์กัน เหนียวแน่นตามอัตตาของแต่ละบุคคล
  • ความแน่นแฟ้นของจิตกับกาย ขึ้นกับความคิดที่เราป้อนให้จิต หรือคนอื่นป้อนให้จิตผ่านความคิดของเราก็แล้วแต่ เช่น ข้าคือ Mac หรือ เราคือ เดอะคอป เป็นต้น
  • จิตไม่ใช่สติ แต่สติเป็นตัวควบคุมจิต
  • สติไม่ใช่ความคิด แต่เราคิดอย่างมีสติได้
  • จิตขี้อาย ถ้าเรารู้ทันจิต จิตจะระมัดระวังในการบริโภคความคิด หรืออาจจะไม่บริโภคความคิด
  • จิตเป็นความว่าง แต่ถูกห่อหุ้มด้วยความคิดที่บริโภคเข้าไป

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ

ปัจจัตตัง แปลง่ายๆว่า เป็นสิ่งที่รู้เฉพาะตน คือรู้คนเดียว บอกคนอื่นไม่ได้ หรือบอกได้ไม่ถูก คือไม่รู้จะบอกยังไง ธรรมส่วนใหญ่ เป็นของรู้ได้ด้วยจิต รู้แล้วบอกไม่ถูก เพราะไม่เคยมีบัญญัติศัพท์ไว้ หรือมีบัญญัติไว้ ก็ไม่รู้ว่าไอ้ที่รู้ในจิตกับคำศัพท์นั้นมันตรงกันไม๊ เพราะไม่มีเครื่องมือที่จะเอามาเปรียบเทียบ จะวาดออกมาให้ดูก็ไม่ได้ เพราะสภาพจิตไม่ได้เป็นภาพ รับรู้ด้วยตาไม่ได้ จะทำเป็นเสียง มันก็ไม่มีเสียง

ธรรมทั้งหมด เป็นของจริงพิสูจน์ได้ ได้ทุกเมื่อ แต่มันเป็นปัจจัตตัง เช่น ชีวิตหลังความตายมีจริงหรือไม่นั้น สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งอาจจะตอบแบบเกรียนๆว่า ก็ไปตายสิ แล้วจะรู้ว่ามีจริงมั๊ย นี่แหล่ะตัวอย่าง คือคนที่ตายนั่นแหล่ะรู้ คนอื่นจะรู้แทนไม่ได้ หรือเป็นเจ้าใหญ่นายโต ใช้ลูกน้องไปตายให้ ก็ไม่สามารถรู้ได้ เพราะคนทำย่อมรู้ได้เพียงคนเดียว

ถ้าคุณไม่เชื่อว่าธรรมมีจริง ก็ต้องพิสูจน์

อธิบายพุทธด้วยวิทย์

ผมพยายามนึกอยู่หลายๆครั้ง ว่าจะเปรียบเรื่องของการอธิบายหลักทางพุทธศาสนาด้วยวิทยาศาสตร์ยังไง

เท่าที่สมองจะพึงมีได้ในตอนนี้ ผมขอเทียบหลักคำสอนแต่ละอย่างออกเป็นไข่แต่ละเบอร์ คำสอนง่ายๆ ก็เป็นไข่เบอร์ 1 ที่ยากๆ ก็เป็นเบอร์สูงๆไป แล้วขอยกตัวอย่างวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องคัดไข่ ซึ่งอาจเป็นเครื่องคัดไข่เบอร์ 3 ดังนั้น คำสอนที่ง่ายๆ ก็จะสามารถอธิบายด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ได้ ส่วนคำสอนที่ยากๆ ก็ไม่สามารถผ่านเครื่องคัดไข่ได้

หลักในทางพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่อธิบายความจริงทุกสิ่งทุกอย่างในโลกไว้ เปรียบได้กับ ไข่เบอร์ที่ใหญ่สุด ก็คือไข่เบอร์ที่ใหญ่สุด ที่นี้ เครื่องคัดไข่ จะคัดไข่ออกมาได้มากขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องคัดไข่เอง แต่ไม่ว่าไข่จะผ่านเครื่องคัดไข่ได้หรือไม่ อย่างไรแล้ว ไข่ก็ยังคงมีอยู่ เพียกแต่ที่ใหญ่เกินกว่าเครื่องจะคัดได้ เขาก็ไม่สามารถนำออกมาขายให้เราได้ เพราะมันใหญ่เกินบรรจุภัณฑ์ซึ่งเขาทำไว้โดยอิงขนาดตามเครื่องคัดไข่

และเครื่องคัดไข่เองก็มีขนาด แม้จะไม่มีขนาดที่ใหญ่สุดที่จะคัดไข่ทุกอย่างได้ แต่เราก็ผลิตเครื่องคัดไข่ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามความสามารถที่มนุษย์จะพึงสามารถ เช่น อันนี้ผมชอบหยิบมายกตัวอย่างมาก คือข่าวนี้ ซึ่งเป็นการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่า น้ำมนต์เป็นน้ำศักสิทธิ์จริง ทั้งที่เมื่อก่อนวิทยาศาสตร์บอกว่า เป็นเรื่องของการคิดไปเอง นี่ก็จะเห็นได้แล้วว่า เครื่องคัดไข่ใหญ่ขึ้นแล้วอีกหนึ่งเบอร์

ยุติธรรม

ยุติธรรม น. ความเที่ยงธรรม, ความชอบธรรม, ความชอบด้วยเหตุผล, เช่น ศาลย่อมทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม; ชื่อกระทรวงที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการศาลยุติธรรม แต่ไม่รวมถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี. ว. เที่ยงธรรม, ไม่เอนเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่ง, ชอบด้วยเหตุผล, เช่น ราคายุติธรรม กรรมการตัดสินอย่างยุติธรรม.

รู้สึกว่า เรามักใช้คำว่า ยุติธรรมในความหมายของคำว่า ประชาธิปไตย คือถ้าคนหมู่มากเห็นด้วย แปลว่า ยุติธรรม ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ คำว่า ยุติธรรม มาจากคำว่า ยุติ และ ธรรมะ หมายถึง ทำให้ยุติลงด้วยการใช้ธรรมะ


Let's chat

Comment

Tags

tweets

Software tracking

Another ~

The Ubuntu Counter Project - user number # 5754
Add to Technorati Favorites