สำหรับการให้ทานนั้น ถือเป็นเรื่องปกติของคนในบ้านเราอยู่แล้ว จะเพราะโดยนิสัยที่เป็นคนขี้สงสาร หรือเป็นฐานของศาสนาประจำชาติก็แล้วแต่
ผมเองถือเป็นประชาชนในระดับทั่วไป คือทำทานเป็นปกติ ไว้ว่าจะใส่บาทหรือให้เงินขอทาน ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งที่คนทั่วๆไปเขาทำกัน
ประเด็นที่หยิบมาเขียนคือ ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นไม๊ ผมจะรู้สึกเสมอๆ ทุกครั้งที่ผมโยนเงินลงขันให้ขอทาน แล้วเดินเลยไปสักพัก จะพบกับผู้ประกอบอาชีพสุจริต แต่กลับไม่มีรายได้
นั่นเพราะ การทำทานกับขอทานนั้น เราทำเท่าไหร่ก็ได้ 1บาท 2บาท 5บาท 10บาท แต่ถ้าจะสนับสนุนผู้ประกอบอาชีพสุจริต เราไม่สามารถเลือกราคาได้ เช่น ถ้าผมอยากจะทำทาน ให้ผู้ลำบาก มีตัวเลือกสองตัวเลือก อันแรกเป็นขอทาน ส่วนที่ยืนอยู่ข้างๆ เป็นคนขายล๊อตเตอรี่ ผมไม่มีเงินมากพอ ที่จะอุดหนุนคนขายล๊อตเตอรี่ใบละร้อย แต่ผมให้ทานขอทานกี่บาทก็ได้เท่าที่พอใจ
ของอยากได้ ถ้าคุณเป็นคนลำบาก ประกอบอาชีพเพื่อขายความสงสารเป็นหลัก ช่วย อย่าขายของแพงได้ไม๊ แพคลูกผมขายสัก 2-3 เม็ด 5บาท ก็ได้ เพื่อเป็นทางเลือก ให้คนที่อยากช่วยอุดหนุน
คำแนะนำสำหรับคนชอบทำทาน อย่าให้ขอทานด้วยเงิน ถ้าเจอลุงแก่ขายกล้วยปิ้ง ซื้อกล้วยสิบบาท เอาไปให้ขอทานซะยังดีกว่า แถมเงินสิบบาท เท่ากับคุณทำทานได้ยี่สิบบาทด้วย คืออุดหนุนกล้วยสิบบาท กับเอากล้วยสิบบาทให้ขอทาน สองเด้งเหนาะๆ
อันนี้สำคัญมาก ถ้าคุณให้เงินขอทาน แต่ไม่สนับสนุนลุงกว้วย แปลว่าคุณกำลังบอกขอทาน และลุงกล้วยว่า
- ลุง อย่าขายกล้วยเลย มาขอทานเหอะ
- คุณขอทาน คุณทำถูกแล้ว ผมชอบ ขอต่อไปนะ
แต่ถ้าคุณซื้อของลุงมาให้ขอทาน แปลว่าคุณกำลังบอกว่า