ย่า

งานศพย่า

ก็ จากที่เมื่อวันแม่ได้ไปเยี่ยมย่า และอาการก็ตาม Blog entry ก่อน ก็เช้าวันอังคารที่ผ่านมา แม่โทรบอกว่า ย่าม่องเท่งแล้ว จะม่องเท่ง เด๊ดซะมอเร่ หรือเท่งทึงก็ได้ ความหมายเดียวกัน (จริงๆแม่โทรมา แค่พูดว่า "ย่าเสียแล้ว" ไอ้ที่พิมพ์ไปน่ะ ผมเขียนของผมเอง) ก็ไม่น่าแปลกใจตรงไหน เพราะสภาพตอนเจอดูแย่มาก แล้วก็ ย่าอายุ 91 ไม่ใช่ 100 กว่า ย่าผมจำได้มั่วจริงๆ

ชีวิตบันปลายคุณย่าค่อนข้างจะน่าเศร้า เพราะโดนเอาไปอยู่บ้านพักคนชรา มันน่ากลัวเหมือนตอนเด็กๆที่แม่เราเอาเราไปทิ้งโรงเรียนอนุบาลแล้วเรากลัวว่าจะไม่ได้กลับบ้าน กลัวสถานที่ กลัวคนแปลกหน้านั่นแหล่ะ ย่าผมมีลูก 4 คนด้วยกัน ญ1 ช3 พ่อผมเป็นคนสุดท้าย

ที่บ้านพักไม่ค่อยมีใครจะไปเยี่ยมย่าสักเท่าไหร่ จริงๆถ้าผมอายุรุ่นลุงรุ่นพ่อ ผมคงกลัวมากที่จะเจออะไรในลักษณะเดียวกัน จริงๆไม่ต้องให้รุ่นพ่อหรอก ผมไปเห็นย่าแล้วผมเองในตอนนี้ยังกลัวเลย ถ้าต้องถูกเอาไปทิ้งกับคนแปลกหน้าผมว่าตายไปซะตั้งกะวันที่จะถูกเอาไปทิ้งดีกว่า ผมไม่รู้ว่าพ่อผมไม่กลัวบ้างรึไง เพราะพ่อผมเองก็มีลูกคนเดียว

เมื่อก่อนเคยฟังนิทานเรื่องนึงใครเล่าไม่รู้ เรื่องมีว่า มีบ้านนึงมีผู้ชายคนนึง อยู่กับพ่อแล้วก็ลูก คนผู้ชายเอาพ่อไปไว้บ้านกระท่อม ถึงเวลาเย็นก็จะเอาข้าวใส่กะลาไปให้พ่อ เพราะพ่อพิการ ถ้าให้ใช้จานก็มักจะทำจานแตก เลยให้กินในกะลา วันนึงคนผู้ชายเอาข้าวใส่กะลาให้พ่อกิน พอกลับมาก็เห็นลูกตัวเองกำลังนั่งขัดกะลาอยู่ คนผู้ชายก็เลยถามว่า "ลูกจะขัดกะลาทำไม อันเดิมของปู่ก็ยังใช้ได้อยู่นี่" คนลูกก็บอกพ่อไปอย่างไร้เดียงสาว่า "ไม่ได้ขัดให้ปู่ครับ ผมขัดไว้ให้พ่อใช้"

Tags: 

เยี่ยมย่า

เมื่อวานวันแม่ ไปเยี่ยมย่ามา นอนโรงบาลแล้ว ครั้งก่อนเจอยังเดินตัวปลิว คราวนี้นอนแห้งอยู่โรงพยาบาล เรียกก็ไม่รู้เรื่อง หลับอย่างเดียว อาหารก็ไม่ได้กิน หมอให้อาหารทางสายอย่างเดียว ไม่อยากวิเคราะห์ว่าจะอยู่หรือไป แต่ย่าผมตายยากอยู่ แต่ถ้าจะตายในวัยนี้ก็ไม่น่าจะแปลกอะไร เพราะอายุก็เกินเลขสองหลักไปแล้ว

เห็นย่านอนแห้งๆเหมือนมัมมี่ที่เพิ่งทำใหม่เลย สภาพร่างกายนี่ เนื้อเหี่ยวเหลวเลย เรียกว่าไม่ได้ขยับตัวเลยแหล่ะ ไหปลาร้าลึกหายลงไปเลย ส่วนที่เนื้อน้อยก็เนื้อหายไปเลย เช่น แก้ม หน้าผาก

วันเสาร์นี้อยากจะไปอีกที แต่ไม่รู้จะได้ไปป่าว

Tags: