gumara

เหนือกว่าเหตุผล ผมไม่มีเหตุผล

book

ปกหลัง ผู้สละโลก

จบภาพจำลองชีวิต ก็มาต่อที่ผู้สละโลก ISBN 974-341-479-7 เล่มนี้เป็นการเล่าเรื่องของพระที่สำคัญๆ ตั้งแต่ พระพุทธเจ้า พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ พระรัฐบาล พระราหุล (แต่ไม่มีพระอานนท์แฮ๊ะ อาจเพราะแยกเล่มไปแล้ว) ก็ไม่สนุกเท่าไหร่ อาจเพราะผมเอาไปเทียบกับผลงานอื่นๆ หรือไม่ก็เพราะความคาดหวังว่าจะเป็นหนังสือเชิงนิยาย แต่เนื้อหาออกมาเป็นเล่าเรื่อง (ปกเขียนว่า จินตนิยาย) ไม่ถือว่าเสียเวลา แต่ก็ผิดไปจากที่หวัง

เล่มถัดไป จอมจักรพรรดิอโศก ISBN 974-7379-15-5 เล่มนี้น่าจะเป็นนิยายจริง เดี๋ยวจะติดงอมแงมอีก

ปกหลัง ชีวิตนี้มีอะไร

ก็ จบเล่มแล้วแต่เนื้อเรื่องยังไม่จบ เพราะต้องไปตามอ่านต่อในเล่นถัดไป ชีวิตนี้มีอะไรหลักๆเลยเป็นเรื่องรักๆใคร่ๆ ไม่รู้เกิดอะไรกับ อ.วศิน เล่มนี้ผมเรียก วศินอินเลิฟ

เนื้อเรื่องโดยตลอดเป็นเรื่องการสนทนาของพระนารทะกับพระธรรมะธีโป ซึ่งเป็นคนชาวกรีก บทสนทนาทั้งหมดเป็นเรื่องเล่าของความรัก

อ่านจบแล้วรู้สึกว่า ไม่ใช่นิยายธรรมะเลย คือผิดไปจากสิ่งที่ต้องการ

เล่มถัดไป ภาคต่อของชีวิตนี้มีอะไร ก็เป็น ภาพจำลองชีวิต ISBN 974-341-496-7

ข้าพเจ้าช่างโง่เสียจริง โง่ในโลกแห่งสตรี

เมื่อข้าพเจ้ารู้ตัวนั้น ภารณีได้รักข้าพเจ้าอย่างหญิงสาวรักชายหนุ่มเสียแล้ว ท่านเอย ! อันธรรมดาความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นที่ละน้อย ๆ เหมือนการสุกของผลไม้บนต้นนั้น เมื่อมันสุกงอมเสีย หญิงใดเล่าในโลกจะหักห้ามใจไว้ได้ สตรีส่วนใหญ่ถือว่า **ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของความรัก** ตรงกันข้ามกับบุรุษที่มักจะถือว่าความรักเป็นเพียงบางส่วนของชีวิตเท่านั้นและผู้ชายเราก็มักจะโง่ในเรื่องนี้เอามาก ๆ เพราะไม่รู้ในกฏความจริงที่ว่า "เมื่อสตรีแสดงให้ชายเข้าใจว่าเธอรักเขา ซึ่งผู้ชายเข้าใจว่าเป็นเพียงการเริ่มต้นนั้น ความรักของสตรีได้สุกงอมและถึงที่สุดเสียแล้ว"

ชีวิตนี้มีอะไร หน้า 91

ความจริงข้าพเจ้ามีความรู้สึกต่อ 'มาลิกา' อย่างญาติที่ดีคนหนึ่งและเนื่องจากเรามีอายุไล่เลี่ยกัน และมีรสนิยมเหมือน ๆ กัน จึงทำให้การสนทนาของเราสนุกสนานและเพลิดเพลินใจยิ่งนัก แต่อะไรหนอทำให้มาลิกาพูดกับข้าพเจ้าอย่างนั้น ทำไมสตรีจึงชอบพูดอะไรผูกเป็นปริศนาให้คนอื่นคิดอยู่เสมอ *ท่านผู้มีอายุ ! ข้าพเจ้าช่างโง่เสียจริง โง่ในโลกแห่งสตรี ท่านเอย ! ไม่เพียงแต่ข้าพเจ้าดอก ผู้ใดก้าวเข้าไปในโลกแห่งสตรีแล้ว ต้องกลายเป็นคนโง่ไปทุกคนเหมือน ๆ กันหมด*

ชีวิตนี้มีอะไร หน้า 94

ภรรยา 7 จำพวก

ดูก่อนเศรษฐีบุตร ! มิตรในยามทุกข์ยากเป็นมิตรแท้ และบรรดามิตรทั้งหลาย พระบรมศาสดาของเราทรงแสดงว่า ภรรยาเป็นเพื่อนหรือมิตรอย่างยิ่ง (ภริยาปรมาสขา) จะหามิตรอื่นให้เสมอเหมือนนั้นยาก แต่ทั้งนี้ย่อมหมายถึงภรรยาที่ดีด้วย

ดูก่อนเศรษฐีบุตร ! ภรรยานั้นมีอยู่หลายจำพวก จะดีเสียทั้งหมดก็หาไม่ โบราณคัมภีร์ได้แสดงภรรยาไว้ 7 จำพวกดังนี้

ภรรยาบางพวกมีจิตคิดร้ายต่อสามี อนุเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้ รักใคร่ในเหล่าชายอื่นแล้ว ย่อมดูหมิ่นผัวของตัว ขวนขวายเพื่อฆ่าผัวประหนึ่งว่าตนซื้อมาด้วยทรัพย์ ภรรยาแบบนี้ท่านเรียกว่า "วธกา ภริยา" ภรรยาเป็นเหมือนเพชฌฆาต

ภรรยาบางพวก เมื่อสามีได้ทรัพย์มาจากผลงาน มีกสิกรรมและพาณิชยกรรมเป็นต้น เธอซ่อนทรัพย์เหล่านั้นเสีย เบียดบังไว้หาความสุขความเพลิดเพลินส่วนตัว ภรรยาแบบนี้ท่านเรียกว่า "โจรี ภริยา" ภรรยาเยี่ยงโจร

ภรรยาบางพวก อยากแต่สนุกสบาย ไม่อยากทำงาน เกียจคร้าน ชอบบริโภคใช้สอยแต่ของมีค่า มีวาจาหยาบคาย เป็นหญิงดุร้าย มักข่มสามีให้อยู่ในอำนาจ ชอบรังแกบริวารชน ภรรยาแบบนี้ท่านเรียกว่า "อัยยา อริยา" ภริยาเยี่ยงเจ้านาย

ภริยาบางพวก อนุเคราะห์สามีแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ตามพิทักษ์รักษาสามีเหมือนหนึ่งมารดาตามรักษาบุตร รักษาทรัพย์ที่สามีหามาไว้ได้ ภรรยาแบบนี้ท่านเรียกว่า "มาตา ภริยา" ภรรยาซึ่งเป็นเหมือนมารดา

ภรรยาบางพวกมีความละอาย มีความเกรงสามีของตน ประพฤติตนอยู่ในอำนาจและโอวาทของสามี ประดุจน้องสาวมีความเคารพต่อพี่ชายฉะนั้น ภรรยาแบบนี้ท่านเรียกว่า "ภคินี ภริยา" คือภรรยาเหมือนน้องสาว

อัชฌุเปกขิตัพพบุคคล

ภิกษุทั้งหลาย ! ผู้อันบัณฑิตควรวางเฉยเสีย (อัชฌุเปกขิตัพพบุคคล) นั้นเป็นไฉน คือบุคคลผู้มักโกรธ มากไปด้วยความคับแค้น เขากล่าวตักเตือนเพียงเล็กน้อยก็โกรธ มีอาการหงุดหงิดกระทบกระทั่งเร็ว ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย ! เปรียบเหมือนแผลที่เข้าตีด้วยไม้หรือกระเบื้อง เปรียบเหมือนถ่านไม้มะพลับที่เขาตีด้วยไม้หรือกระเบื้อง เปรียบเหมือนหลุมอุจจาระที่เขาตีด้วยไม้หรือกระเบื้อง ย่อมทำให้ผู้ตีได้รับสิ่งเศร้าหมองสกปรก ฉันใดก็ฉันนั้น

เหมือนเลย

ชีวิตตี้มีอะไร ISBN 974-341-497-5 หน้า 59


Let's chat

Comment

Tags

tweets

del.icio.us/~

Another ~

The Ubuntu Counter Project - user number # 5754
Add to Technorati Favorites