Body usage quota
Published by gumara on Sat, 22/10/2011 - 22:39ผมเชื่อมาตลอดว่าการที่คนจะตายช้าหรือตายเร็วนั้นมีปัจจัยใดๆ เป็นตัวกำหนด ซึ่งแต่ก่อนนี้ผมก็นึกไม่ออกว่าอะไร คือ พยายามหาความสัมพันธ์ เช่น ขึ้นกับ จำนวนครั้งของการหายใจ จำนวนครั้งของการก้าวเดิน จำนวนชั่วโมงของการตื่นนอน แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ คือ จะบอกว่าไม่ใช่ก็คงไม่ได้ เพราะโค้วต้าของการใช้งานร่างกายนั้นมีอยู่จริง เพียงแต่มันไม่ใช่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่มันเป็นหลายๆ สิ่งประกอบกัน
การใช้ร่างกายนั้นคล้ายๆ การรูปแบบการจ่ายเงินมือถือ
Post paid สุขก่อน ทุกข์ทีหลัง
อันนี้จะเหมือนที่พ่อผมเป็น คือ ตอนปกติสุขดี ก็ใช้ชีวิตแบบเอาแต่สุขมาตลอด กินเหล้า สูบบุหรี่ พอเงินในระบบหมด ก็ถึงเวลารับความทุกข์จากความสุขที่ได้ใช้หมดไปแล้ว
Pre paid ทุกข์ก่อน สุขทีหลัง
ทุกข์ที่ว่านี้ ไม่ใช่ทุกข์แบบโยคี หรือการทรมานร่างการใดๆ แต่ทุกข์ที่ว่าคือ การใช้ชีวิตอย่างไม่บันเทิงนัก (ทุกข์เพราะอดที่จะสุข) ห่วงใยและดูแลสุขภาพอยู่ตลอด เช่น การออกกำลัง รับประทานอาหารที่ไม่บันเทิงลิ้น เป็นต้น
อันที่จริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะ Pre paid หรือ Post paid คือ ไม่ว่าคุณจะใช้ร่างกายด้วยระบบการจ่ายแบบไหน ก็เพียงแค่อย่าใช้จนเงินหมดหรือเกินรอบบิลการจ่าย เพราะถ้าถึงเวลานั้นเมื่อไหร่แปลว่าไม่ทันการณ์
ตอนนี้พ่อผมป่วยมาก ให้อาหารทางสาย นอนนิ่งทำอะไรไม่ได้ ตามสไตล์พ่อผมแล้ว คิดว่าถ้าฟื้นขึ้นมา ได้ร่างกายสภาพเดิมก็คงกลับไปเป็นแบบเดิมอีก แต่นั่นไม่ใช่สาระ สิ่งที่เราสมควรเฝ้าดูก็คือตัวเอง ผมเองก็เป็นพวก Post paid คือ เน้นสุขเป็นหลัก เพียงแต่ผมไม่กระหน่ำโทรขนาดพ่อ ผมเองไม่ได้ติดเหล้าติดบุหรี่ (คือ ไม่เสพเลย ของไม่ชอบ) แต่ผมติดในรสชาดอาหาร แป้ง น้ำตาล ไขมัน ถ้าผมไม่ดูแลตัวเอง ถึงเวลาหนึ่งถ้าเงินหมด ผมก็คงต้องใช้หนี้อย่างที่พ่อประสพอยู่ ซึ่งอาจเป็น เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือด ฯลฯ
ถึงผมจะไม่ประมาทมากมายนัก แต่ก็ถือว่าประมาทอยู่ดี การที่พ่อไปนอนโรงพยาลก็ช่วยให้ผมตระหนักขึ้นได้บ้างว่า อายุเราก็มากแล้ว อีกไม่กี่สิบปีก็คงจะต้องถึงคิวเราแล้ว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเราก็ควรจะเร่งเติมเงินไว้ ก่อนที่เงินในระบบจะหมด ผมวางแผนไว้คร่าวๆ ว่า
- จะขี่จักรยาน จริงปีที่แล้วขี่มาได้สองสามเดือน แล้วเลิกเพราะมันไม่ค่อยต่อเนื่อง ช่วงนั้นมีงาน ตจว. บ่อย ตอนนี้ว่าจะมาขี่ต่อก็ไม่หมดหน้าฝนสักที หวังว่าฝนหยุดจะไม่ลืมซะ
- จะกินผัก ก่อนหน้านี้เคยวางแผนว่า มื้อเย็นจะกินจับฉ่ายอย่างเดียวทุกวัน (จริงๆ Compile ไปบ้างแล้ว) แต่เนื่องจากไม่ได้เป็นคนทำกับข้าวเอง คือ ที่บ้านเตรียมให้ เขาก็จะหาแต่ของอร่อยให้ บวกกับการทำจับฉ่ายนั้น ถ้าจะต้มแล้วให้มันต่อเนื่องได้ทุกวันแปลว่าหม้อจะต้องไม่ขาดจากผักเลย ซึ่งมันยาก อีกอย่างคือ มื้อเย็นมันเป็นอะไรที่มักจะโดนชิงไปจากภาระกิจสังคม ดังนั้นพอขาดช่วงบ่อยๆ เข้า ก็เลยกลายเป็นเลิก ตอนนี้ก็เลยคิดแผนใหม่ว่า กินผัก (ไม่กินเนื้อ) วันละมื้อ มื้อไหนก็ได้ กินไว้ให้ชิน หวังว่าจะไม่ลืมอ่ะนะ



















