gumara

เหนือกว่าเหตุผล ผมไม่มีเหตุผล

me

ผมและการแต่งตัว

รู้สึกว่า สไตล์การแต่งตัวจะบอกความเป็นตัวตนของผมได้มากเลย

  • ผมใส่ถุงเท้าและรองเท้าแตะมาทำงาน
  • เอารองเท้าหนังไว้ที่โต๊ะ มีงานที่เป็นทางการค่อยควักมาใส่ กรณีถ้ามีงานข้างนอกผมก็จะใส่รองเท้าหนังกลับบ้าน (คือต้องเตรียมการไว้ก่อน)
  • รวบผมธรรมดา แล้วเอายางมัดไว้ ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่หวี ไม่ใส่น้ำยาใดๆ
  • เสื้อยืด 1ตัว คอปกบ้าง คอกลมบ้าง
  • กางเกงใน
  • กางเกงขายาว ใส่ตัวเดียวตลอดชาติ ซักวันเสาร์ อาทิตย์
  • บัตรพนักงาน ที่จะควักมาห้อยตอนผ่านทางเข้า และเก็บในทันที
  • โทรศัพท์ Sony W700i ใช้ดูเวลาด้วย (ไม่มีนาฬิกา)
  • กุญแจบ้าน
  • กระเป๋าตังค์
  • เสื้อคลุม 1ตัว ใช้กันหนาว กันฝน กันแดด
  • แว่นตาที่ขาหัก หยอดกาวเพื่อซ่อมไว้ ทำให้พับขาไม่ได้ ซึ่งผมจะถอดเพื่อพักสายตาในตอนกินข้าว คือวางไว้บนโต๊ะกินข้าว เพราะมันพับขาไม่ได้

อันที่จริงแล้ว ผมก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านั้น

ทุกข์ใกล้ๆ สุขไม่ไกล

พบว่า เมื่อพบกับความทุกข์มากๆ แล้ว การหาความสุขกลับเป็นสิ่งที่ง่ายมากๆ

  • เช่น เมื่อเราป่วย แค่หายป่วยก็เป็นสุขแล้ว
  • เมื่อเป็นหนี้ แค่หายจากการเป็นหนี้ก็เป็นสุขแล้ว
  • ปกติเวลาเมียบ่นหนักๆ จนแทบจะคลั่ง ผมแค่หาหูฟัง แล้วเปิดเสียงให้สุดๆ ก็สุขโขแล้ว

ปัญหาคือ เมื่อเราเป็นโรคที่รักษาให้หายไม่ได้ เมื่อเมียบ่นแล้วหาหูฟังไม่ได้ เราจะทำยังไง พระพุทธศาสนามีทางออกไว้แล้ว แต่ เอาไว้ก่อนนะ ขอเสพกามก่อน

ไม่ได้แปลว่าจะต้องสุข

mr.werawat: tam arai
mr.werawat: จีบ หญิงเหรอ ข้าจะบอกไอ้จิ๋ว
me: เอ็งไม่ต้องบอกหรอก แค่นี้ก็จะตายแล้ว
mr.werawat: เปง อะไรตายว่ะ มันทุกข์ขนาดนั้นเลยเหรอ พูดซะไม่ยากมีเมียเลย 555
me: ไม่มีดีแล้วเพื่อน
mr.werawat: ข้าก็ เห็นมันรักเอ็งจะตาย
me: เอ็งเคยดูละครมะ ที่นางร้ายมันชอบกรี๊ด ตามจิกพระเอกอ่ะ เอ็งว่านางร้ายนั้นมันรัก พระเอกมะ
mr.werawat: ก็รัก นะ ของข้าใครอย่ายุ่งหวง
me: แล้วเอ็งว่า พระเอกจะชอบมะ
mr.werawat: พระเอก เหรอ ก็คงลำบากใจนิดหน่อย
me: คือ ข้าจะบอกว่า การที่มันรักข้า ไม่ได้แปลว่าข้าจะต้องมีความสุขนะ

บ่น

ผมมักจะ Blog หรือโพสข้อความบ่นๆ เรื่องเมีย หรือเรื่องความทุกข์อื่นๆ ทางช่องทางใดๆ ซึ่งผมก็มักจะบอกว่า คือไม่ได้ซีเรียสหรือเคียดแค้นอะไรใดๆ แค่จดไว้ หรือบ่นไปอย่างนั้นเอง แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจ คือประมาณว่า บ่นก็แปลว่ายังทำใจไม่ได้น่ะสิ

ตอบเป็นเชิงเปรียบเทียบ เหมือนเราโดนมีดบาด เราก็ร้องโอ๊ย แต่การที่เราร้องโอ๊ยนั้น ไม่ได้ร้องเพื่อให้แผลหาย แต่เราร้องเพราะว่ามันเจ็บ

ดังนั้น ผมทำใจเรื่องความทุกข์ใดๆ ที่มี แต่การบ่นไม่ได้เพื่อให้ความทุกข์หมดลง แต่การบ่น ก็บ่นเพราะความทุกร์มันเกิดขึ้น

จบ

Upgrade my english skill

ด้วยความที่สกิลภาษาอังกฤษนั้นอ่อนแอสุดๆ (ไม่งั้นปิด Project Ubuntu manual ไปได้ตั้งนานแล้ว) ตั้งใจอยู่หลายรอบว่าจะอัปสกิลภาษาอังกฤษ

ที่เคยลองมาแล้ว

  • พยายามอ่านข่าวภาษาอังกฤษ วันละข่าว /. บ้างอะไรบ้าง ซึ่งก็ไม่ได้อะไรมากนัก เพราะเราก็มักจะอ่านเรื่องที่สนใจ ซึ่งโดยมากก็จะรู้เรื่องเพราะพอรู้เบื้องหลังมาแล้ว คือไม่ได้รู้เรื่องจากการอ่านเนื้อหา แค่จับคีย์เวิร์ดแล้วปะติดปะต่อเรื่องราวเอา
  • อ่านบางกอกโพสท์
  • ล่าสุดตั้งใจว่าจะซื้อหนังสือนิทาน แต่คงไม่เวิร์คอีก

กอปรกับกะว่าจะเรียนต่อ ซึ่งดูหลักสูตรแล้วต้องการ CUTEP และคิดว่าสอบไม่ผ่านแน่ๆ เลยคิดว่า ต้องมาหาทางอัปสกิลอีกรอบ ลองพิจารณาวิธีต่างๆ ที่ล้มเหลวแล้ว มาค้นพบในภายหลังว่า เพราะวิธีการเหล่านั้นมันต้องทุ่มเวลาลงไป และผมเองเป็นคนหาเวลาไม่ค่อยได้ ทั้งงาน งานอดิเรก และเวลาครอบครัว และถ้ามีเวลาว่างผมจะเล่นเกม ดังนั้นแปลว่าผมไม่มีเวลาเลย เพราะต้องทุ่มเทให้กับเกม

ดังนั้นพอพบจุดของปัญหาแล้วจึงมองหาโซลูชั่นอื่น วิธีการง่ายมาก คือหาอย่างอื่นที่จะทำให้เราคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษได้ โดยไม่ต้องเจียดเวลามาทุ่มกับมันให้เต็มที่นัก ทางเลือกที่ได้คือ Internet radio ซึ่งผมไม่เชี่ยวชาญเรื่องความบันเทิงเอาเสียเลย สรุปว่า หารายการวิทยุอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ก็เลยมาจบที่ Podcast

ตอนนี้ดึงอยู่สองเรื่องหลักคือ ข่าวเทคโนโลยี และเรื่องตลก ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็ยัดห่ามันเข้าไป นานวันเข้าก็ชินลิ้นเอง หวังว่ารอบนี้จะรอดนะ


Let's chat

Comment

Tags

tweets

del.icio.us/~

Another ~

The Ubuntu Counter Project - user number # 5754
Add to Technorati Favorites