me

Go business! Again

ช่วงนี้เริ่มมาจัดอบรมเกี่ยวกับ Ubuntu โดยจัดในนามของ ucbiz ซึ่งเป็นร่างแปลงของ Ubuntuclub ในภาคธุรกิจ (จริงๆ ยังไม่ได้ตั้งเป็นนิติบุคคล) มันคือ http://ubuntuclub.biz ชื่อย่อเลยเป็น ucbiz (ส่วน ubuntuclub.com นั้นคือ Community ไม่ใช่ Commercial) ก่อนหน้านี้ผมเคยทำบริษัทแล้วในนาม ByDoing แต่ไปไม่รอด เนื่องจากเหยียบเรือสองแคม คือติดงานประจำ แต่ถ้าจะพูดกันจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของการด้อยประสบการเองต่างหาก แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเวลาผ่านไปเราย่อมมีประสบการมากขึ้น

ในสมัยที่ทำ ByDoing ผมพยายามแยกตัวเองออกจากความเป็น Ubuntuclub แต่ก็ไม่แคล้วโดนด่า ประมาณว่า ทำตัวเป็นพ่อพระ สุดท้ายก็เห็นแก่ตัวแหละวะ อะไรประมาณนี้ กลับมารอบใหม่ในนาม ucbiz ผ่านประสบการมากมาย ผมเลยมีทักษะเพื่อป้องกันตัวโดยวิธีคือ ข่าวใดๆ ที่เขียนถึงก็ตาม ไม่อนุญาตให้คอมเมนต์ คือ ปิดการคอมเมนต์ไปเลย (แอบขำ) คือ ในโลกนี้มีคนชมและคนด่าเป็นปกติ และพบว่า สุดท้ายแล้ว คนด่ามันก็ไม่ตามมาด่าใน Social network หรือเมลลิสต์หรอก เพราะมันต้องเปิดเผยตัว

ผมค่อนข้างเข้าใจคนที่ต่อต้านนะ คือ คนที่ยังไม่เคยรับผิดชอบตัวเอง จะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการหาเลี้ยงชีพและการเสียสละ คือ จะเข้าใจว่า คนเสียสละต้องเสียสละอย่างเดียว ห้ามหาเลี้ยงชีพ ซึ่งก็ยอมรับว่าแต่ก่อนผมก็เคยมีความคิดแบบนั้น แต่เวลาเปลี่ยนไป ประสบการก็เป็นตัวเปลี่ยนความคิดเรา

ในแง่ของการอธิบาย มีเพื่อนเคยถามผมว่า ถ้าเราทำงานเสียสละ แล้ววันนึงเราเริ่มทำเป็นรูปแบบธุรกิจด้วยมันจะไม่สมควรไม๊? ผมเลยถามกลับไปว่า ถ้าแบบนี้บริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อมุ่งหากำไรเขาก็ไม่ควรที่จะทำ CSR สิ (คือ มองในมุมกลับ) ซึ่งคำถามนี้มันช่วยตอบคำถามได้กระจ่างแจ้ง ส่วนถ้าจะถามว่า แล้วทำไมต้องหากินกับโอเพนซอร์ส ขอตอบด้วยคำถามอีกว่า เด็กคนนึง รักการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ เขาชอบวิ่งเพื่อการกุศลมาก แต่พอโตแล้วเขาจะไปเป็นนักวิ่งอาชีพเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง กลับโดนคนด่าว่าไม่เหมาะสม เขาเลยหันไปเป็นนักกีฬาว่ายน้ำอาชีพ แล้วยังคงวิ่งเพื่องานการกุศลต่อไป แบบนี้ถึงจะถูกต้องรึเปล่า? ขำมะ

อีกอันที่เจอบ่อย (แต่ช่วงหลังไม่ค่อยเจอแล้ว) คือ จอย ที่ทำนิตยสารโอเพนซอร์สทูเดย์ จะชอบบ่นกับผมว่า มีคนมาต่อว่า ว่าทำนิตยสารโอเพนซอร์สแล้วเอามาขายได้ไง ซึ่งผมสอนจอยไปว่า ถ้ามีคนมาต่อว่า ให้ตอบไปแบบนี้ "เออ ใช่พี่ คิดเหมือนหนูเลย หนูก็บอกโรงพิมพ์เขาไปแบบนี้ แต่มันก็ยังยืนยันจะเก็บตังค์หนู งั้นคราวหน้าพี่ช่วยจ่ายค่าจัดพิมพ์นะ เดี๋ยวหนูเขียนให้ฟรี แล้วเรามาช่วยแจกด้วยกัน เพื่อโอเพนซอร์สจะได้เจริญๆ" แต่ก็ไม่รู้จอยเคยเล่นมุขนี้ไม๊นะ แต่ถ้าผมเจอกับตัวก็ว่าจะลองสักที น่าจะฮา

ในส่วนของงานอาสา ผมยังทำอยู่ ก็ยังคงเป็นนักแปลหลักและตามรายงานบั๊กเล็กๆ น้อยๆ ที่มีผลกับการใช้งานในภาษาไทย ซึ่งมันก็ให้ความสุขดี คือ ชอบ และสนุก แต่ถ้าใครจะจ้างทำก็ไม่ว่านะ ยินดี :)

Be a suggestion word

Tags: 

วันก่อนลองเสริชชื่อตัวเองดู เพื่อสำรวจความเสี่ยงของการมีตัวตนบนอินเทอร์เน็ต พบว่า มีชื่อโผล่เป็น Suggestion word แล้วจ๊ะ

อันตรายดีมะ :)

Low cost living: Breakfast

วันนี้ฤกษ์ดีเนื่องในวันขึ้นวันใหม่ เลยมาถือโอกาสเปิด Tag ใหม่ Low cost living ไม่มีตังค์ ไม่มีจน ซึ่งจะนำเสนอเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างคนสิ้นคิดไม่มีกะตังค์ติดตัว (คือ ใช้จ่ายน้อย)

วันนี้เรื่องแรกของซีรี่ส์ Low cost living ไม่มีตังค์ ไม่มีจน ขอเสนอเรื่อง มื้อเช้าคนกรุง

เกริ่นนำ เนื่องจากเมื่อวานแวะโลตัส เจอข้าวถูก จะซื้อกลับไปกินบ้าน แต่ปรากฏว่า พอกลับไปถึงบ้านแม่ เจอข้างบ้านเลี้ยงวันเกิด เลยเกิดด้วยเลย (เกิดว่าจะอิ่ม)

ของกินที่ซื้อมาเลยกลายเป็นมื้อเช้าแทน

IMG1083
ไอ้นี่แหละที่บอก จริงๆ ที่ซื้อมามีอีกอัน เป็นข้าวไข่เจียว 5บาท แต่เด็กๆ กินไปแล้วเมื่อเช้าเหมือนกัน

IMG1084
ข้าวคลุกกระโปก เอ้ย กระปู๋ เอ้ย กะปิ๊ เอ่อ ช่างมันเหอะ สนนราคา 11.50บาท ลดทันทีไม่ต้องไปเปิดดีล ensogo

IMG1085
ไข่ดาวทรงเครื่อง 6บาท

IMG1086
แกะแล้ว เละๆ

IMG1087
เวฟสิครับ

IMG1088
30วิ ก่อน กลัวจะแข็ง

IMG1089
ต่อด้วยอันนี้ (เวร กล้องโฟกัสไม่ดีอีก)

IMG1091
เอาที่ 1:20นาที

IMG1092
อันนี้ไข่ทรงเครื่อง ได้ละ

IMG1093
ส่วนอันนี้ ข้าวคลุกกระโปก เอ้ย กระปู๋ เอ้ย กะปิ๊ เอ่อ ช่างมันเหอะ

IMG1094
จัดเต็ม

IMG1096
จบ อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ (จะเชื่อได้ไง จ่ายสดไปแล้ว)

IMG1097
พบว่า ความอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ (ก็บอกว่าจ่ายสดไปแล้วไง) อยู่ที่ สิ่งนี้ครับ มะนาวจริง ไม่มีสลิง ไม่มีตัวแสดงแทน (ถ้ามีสลิงคงกินไม่ลง)

สรุป มื้อนี้ อิ่มเข้ หมดไปที่ 17.50บาทถ้วน (น้ำออฟฟิศ ไฟออฟฟิศ ขอขอบคุณประชาชนผู้เสียภาษีด้วยจ๊ะ) อาหารรสชาดพอใช้ รสกะปิอ่อนไปนิด แต่ก็เข้าใจอยู่ คือ ลิ้นคนเมืองคงไม่เหมาะกับกะปิแรงๆ ไปซะทุกคน

เบื่อวิถีสังคม

Tags: 

gumara: รู้สึกเหมือนมด ที่แม้รู้ว่ากำลังจะตาย แต่ก็ต้องทำงานไปเรื่อยๆ
gumara: ประเด็นคือ เราไม่เข้มแข็ง และกล้าหาญพอที่จะก้าวออกจากระบบ แล้วพูดว่า กูสิถูก
เพื่อน: เมิงเบื่ออะไร
เพื่อน: เบื่องานหรือเบื่อระบบงานหรือเบื่อตัวเอง
gumara: เบื่อวิถีสังคม

ไอ้ขี้งก

Tags: 

หลายๆ ครั้งผมสงสัยตัวเอง ว่าทำไมผมถึงขี้งก จริงๆ ก็ไม่ถึงกับงกหรอก เพียงแต่ผมจะค่อยข้างเขียม เวลาใช้จ่ายจะต้องมีเหตุผล สังเกตุได้จาก คอมพิวเตอร์ที่ผมยังคงใช้ iBook อยู่ หรือมือถือก็เพิ่งเปลี่ยนไปไม่นาน เสื้อผ้าก็ไม่ค่อยซื้อ

เมื่อวานคำตอบเกิดขึ้นกับตัวเองว่า ลึกๆ แล้ว ผมนึกถึงแผนการเกษียณอยู่เป็นระยะๆ ทำให้ผมเป็นคนที่ชอบสำรองเงินไว้

เหตุที่ผมกังวลเพราะ ผมเชื่อว่า ในอนาคตอันใกล้เราจะหางานทำได้ยากขึ้น รายได้จะลดลง เพราะคนที่อยู่ในสายการผลิต (ของกิน) ลดลง ดังนั้นเราต้องทำงานมากขึ้นเพื่อให้ได้ข้าวกิน

อธิบายให้เห็นภาพง่ายขึ้นหน่อยคือ เมื่อคนขับแท๊กซี่มากขึ้น เราก็จะต้องขับให้มากรอบขึ้น เพื่อจะได้ลูกค้าเท่าเดิม เพราะไอ้ลูกค้าส่วนหนึ่งก็ดันมาเป็นคนขับแท็กซี่ด้วย ก็คือ คู่แข่งเพิ่มขึ้นลูกค้าน้อยลง กรณีงานก็เหมือนกัน คือชาวนาชาวสวนลดลง เพราะส่งลูกหลานไปทำอาชีพอื่นมากขึ้น

ดังนั้น ผมไม่รู้ว่าผมจะมีปัญญาทำงานไปได้อีกกี่ปี ถึงจะโดนเด็กรุ่นใหม่ ที่ความสามารถเทียบเท่า แต่ค่าแรงถูกกว่าขึ้นมาเบียด เมื่อนั้น ผมก็จะค่อยๆ หมดอายุงานลงไป

ส่วนแผนเกษียณที่อยากได้คือ มีเงินเก็บสัก 10ล้าน กินดอกเบี้ยธนาคารปีละ 0.1 = เดือนละ 1หมื่นบาท ปลูกข้าวปลูกผักกินไปตามประสา พอมีเงินให้ได้หาหมอหรือซื้อสิ่งของที่ผลิตเองไม่ได้บ้าง แต่จะทำได้หรือเปล่าไม่รู้ เมื่อยิ่งกังวล และเมื่อความฝันยังอีกไกล ยิ่งทำให้ผมไม่กล้าใช้จ่ายอย่างคนอื่นๆ

Pages