OS X

OSS for OS X

ใช้ OS X อยู่พักใหญ่ ใช้มาเดือนกว่าๆได้มั๊ง ก็ตั้งใจอยู่นานแล้วว่าถ้าชีวิตเริ่มลงตัวจะมาลิสท์สักหน่อยว่าการใช้ชีวิตบน OS X นี้เราควรจะมี Application อะไรไว้ใช้บ้าง ก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะมาไล่รายการ

คิดว่ายังไม่ครบเครื่องดี แต่ก็น่าจะมากพอสำหรับเบื้องต้น ไอเดียหลักๆคือ เมื่อซื้อเครื่อง Mac มาแล้ว มี OS X เป็น Proprietary Software ตัวเดียว พร้อมด้วยซอฟต์แวร์อื่นๆในชุด เราควรจะมีซอฟต์แวร์อะไรเพิ่มเติม ให้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่ต้องจ่ายเงินค่อซอฟต์แวร์อีก

รายการสำหรับผมในตอนนี้ก็ ตามนี้ครับ

  • Blender โปรแกรมสร้างโมเดลสามมิติ แม้จะไม่ค่อยได้ใช้งานมากนัก แต่มีติดเครื่องไว้ก็อุ่นใจกว่า เพราะโปรแกรมก็ไม่ได้ตัวใหญ่โตอะไรนัก
  • Burn โปรแกรม Burn CD ใช้งานฟรีครับ
  • DestroyFlickr ตัวนี้เป็น AIR Application ใช้งานยังไม่ถูกใจนัก แต่บางท่านอาจจะชอบ
  • Firefox ตัวนี้ไม่มีไม่ได้
  • Firebug Firefox Extension ไว้ปรับแต่งเว็บไซต์ครับ ตัวนี้สำคัญมาก
  • Twitterbar Firefox Extension ก็ไว้ tweet ครับ ย้ายมาจาก TwitterFox ก็ถือว่าถูกใจดี
  • Delicious Firefox Extension ต้องมีครับ ไว้ Bookmark ได้สะดวกๆหน่อย
  • Flickr Uploadr ถ้าเน้นอัพโหลดตัวนี้สะดวกสุด
  • GIMP อันนี้ไม่มีไม่ได้ ยิ่งทำกราฟิกบ่อยๆด้วยแล้ว
  • Inkscape ก็เป็นโปรแกรมวาดภาพ Vector ที่ต้องมีติดเครื่องไว้ครับ
  • OpenOffice.org โปรแกรมสำนักงานยอดนิยม ไม่ว่าจะทำงานด้านไหนก็ต้องมีไว้ก่อน

ubuntu vs OS X

สลับใช้ ubuntu บ้าง OS X บ้าง มาสัก 5วันเห็นจะได้ พอได้เห็นจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละตัวประมาณนี้ (บางอันอาจไม่ใช่จุดด้อย แต่เป็นความไม่เคยชินของผมเอง) ก็เลยเอามาแบ่งปันประสพการณ์กันครับ หรือถ้าใครที่ใช้สองระบบอยู่ประมาณนี้จะลองแชร์ข้อมูลกันดูก็ดีครับ

  • OS X ทำอะไรแต่ละอย่างจะทำได้โดยการคลิกที่น้อยครั้งกว่า อันนี้ยกเป็นเคสไม่ถูก ต้องลองใช้ดูเอง
  • OS X จะย่อหรือขยายหน้าต่าง มันบังคับให้ปรับขนาดที่มุมขวาล่างเท่านั้น ในขณะที่ Ubuntu จับที่มุมไหนของหน้าต่างก็ได้
  • OS X ถ้าต้องการหยิบสองหน้าต่างมาคู่กัน เราต้องใช้ Expose' ขยับสองที เพื่อหาหน้าต่างให้ครบสองอัน (จริงๆใช้ cmd+tab ก็ได้)
  • OS X เวลาปิดโปรแกรมด้วยปุ่มแดง มันจะมาซ่อนไว้ที่ Dock ต้องปิดที่เมนูโปรแกรม อันนี้เข้าใจว่า คงเป็นข้อดีเพื่อให้เวลาเรียกโปรแกรมอีกทีมันจะเรียกได้เร็ว มั๊งนะ
  • OS X ไม่มี Virtual Desktop ให้ใช้ หน้าต่างเดียวเท่านั้น ซึ่งอันนี้ใน Ububtu จะเรียกว่าจำเป็นเลยก็ได้ คือต้องมีสองหน้าต่างเป็นอย่างต่ำ
  • OS X ไม่มี Package Manager แต่ข้อดีคือ เวลาโปรแกรมมันพัง มันก็จะพังอยู่โปรแกรมเดียว
  • OS X ไม่มี Package Manager ข้อเสียคือ เวลาจะหาโปรแกรมอะไรเราต้องกด Google ซึ่งก็จะได้โปรแกรมที่เลิกพัฒนาไปแล้วบ้างก็มี ในขณะที่ Ubuntu เราแค่เสริชโปรแกรมใน Synaptic เราก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการ จริงๆโปรแกรมนอก Synaptic ไม่ใช่ไม่มี แต่น้อยมาก
  • OS X ใช้เมาส์ปุ่มกลางในการก๊อปปี้ไม่ได้ อันนี้สำคัญมาก

Using SVNX

ไม่อยากตั้งชื่อเรื่องว่า How to เพราะเขียนไม่ละเอียดเท่าไหร่ เอาว่ามันคือบันทึกส่วนตัวสำหรับการใช้ svnx ละกัน ก็เป็นเรื่องโง่มากๆ ที่ผมต้องมาใช้ SVN Client ทั้งที่สั่งผ่าน command จะชินซะกว่า แต่เหตุที่ต้องหา Client มาใช้คือ สั่งผ่าน Terminal แล้ว พอมันไปเจอไฟล์ที่เป็นภาษาไทยมันจะงง และหยุดการทำงาน ไม่รู้ว่าจะสามารถปรับแต่งหรือมี Terminal ตัวอื่นให้ใช้ได้รึเปล่า แต่ในเบื้องต้นผมใช้ svnx แทนไปก่อนละกัน

การใช้งาน

ครั้งแรกที่เปิด svnx ขึ้นมาโปรแกรมจะบอกว่าไม่เจอ Binary ของ svn ครับ เข้าใจว่าเป็นเพราะเราติดจาก Fink ตัว Binary เลยไม่อยู่ใน Path ปกติ ให้แก้ค่าของ Path สำหรับ svn Binary เป็น /sw/bin/ ครับ

Picture 3
แล้วก็ เราจะพบกับหน้าต่างสองอันตามภาพครับ ตอนแรกก็ยังงงๆอยู่ ว่ามันจะมีสองอันทำไม หน้าต่างที่เป็น Working Copies จะเป็นการตั้งค่า Folder ในฝั่งของเครื่องเราครับ ส่วนหน้าต่าง Repository จะเป็นการตั้งค่าของฝั่ง Server

Picture 4
ที่หน้าต่าง Repository ให้เราคลิกที่ปุ่ม + ครับ โปรแกรมจะให้เรากรอกค่า ก็กรอกค่า SVN Server ที่ต้องการลงไปครับ

using OS X

เพิ่งได้ใช้ OS X อย่างจริงๆจังๆเป็นครั้งแรก ท้าวความก่อน คือผมมี iBook มาเกือบ 5ปีได้ล่ะ เรียกว่าเป็นคนอื่นซื้อเครื่องใหม่ใช้ไปละ เผอิญว่าไม่มีตังค์เลยต้องทนใช้ไป ก็ตั้งแต่ซื้อมาผมก็ลง Ubuntu ใช้เลย ถ้านับเวลาขจัดแล้ว(แบบระยะขจัดอ่ะ เวลาไม่รู้เรียกไร) ช่วงเวลาที่ OS X มีชีวิตอยู่บนเครื่องผมนั้น น่าจะอยู่ที่ 2สัปดาห์ - 1เดือน ไม่เกินนี้ คือผมซื้อเครื่องมาไม่ได้ด้วยว่าปราถนาที่จะเท่ห์ หรือจะอยากใช้ OS X แต่ประการใด ผมเพียงแค่ต้องการเครื่องที่จะมั่นใจได้ว่า ผมจะไม่สามารถใช้ Windows ได้

หลังจากมีความสุขกับ Linux บนเครื่อง iBook ได้ไม่นานปัญหาก็เกิด คือ Apple ย้ายไปใช้ Intel จากนั้นฝั่ง Linux ก็เริ่มจะค่อยๆเลิกซัพพอร์ท Hardware ที่ผมมี เริ่มจาก Ubuntu เลิกซัพพอร์ท แต่ยังหาใช้ได้ใน port ที่เป็น unofficial ผมก็ใช้มาเรื่อยๆ จนเวอร์ชั่นหลังๆ มันเริ่มใช้งานไม่ได้ทีละอย่าง โปรเจคเตอร์ไม่ออก เสียงไม่ออก ผมก็เลยปรับไปใช้ SUSE ซึ่งยังคง Support CPU PowerPC ที่ผมใช้อยู่ แต่ก็นั่นแหล่ะ ตัว Distro มันซัพพอร์ท แต่หา App ใช้แทบไม่ได้ จนสุดท้าย เครื่องผมกลายเป็น twitter machine กับ web server ไปเรียบร้อย ฟังเพลงไม่ได้ เล่นแฟลชไม่ได้ หาโปรแกรมเสริมไม่ได้

แน่นอนว่าในโลกของ Linux ผมน่าจะ Compile อะไรขึ้นมาใช้เองได้ แม้จะไม่ครบทุกอย่าง แต่หลายๆโปรแกรมมันก็น่าจะได้แหล่ะ แต่มันลำบากไป เหมือนกับที่เราเลือกใช้ ubuntu ก็เพราะว่า เราแค่ต้องการ Linux ที่ลงแล้วใช้ได้เลย ไม่ต้องปรับแต่งอะไรมากนัก