gumara

เหนือกว่าเหตุผล ผมไม่มีเหตุผล

work

วิธีการให้คะแนน

ตั้งกะทำงานมาก็ มีเหตุให้ต้องเป็นกรรมการให้คะแนนตัดสินผลงานตามงานต่างๆอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่พบในการให้คะแนนคือ กรรมการแต่ละคนมีเกณฑ์ในการให้คะแนนที่แตกต่างกัน เช่น ช่วงคะแนนที่ผมมักจะให้จะอยู่ที่ กลางถึงสูงสุด แปลว่า คนที่งานห่วยๆก็จะได้จากผมได้สัก 50% แต่กับกรรมการอีกคน 50% อาจหมายถึงงานในระดับกลางเลยก็ได้

ฟังดูเผินๆเหมือนจะไม่มีปัญหา เพราะยังไงคะแนนมันก็ต้องเรียงกันเป็นลำดับตามคามเหมาะสมอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็ใช่ ถ้ากรรมการคนเดียวจะไม่มีปัญหา แต่ปัญหามันจะเกิดเมื่อมีกรรมการหลายคน แล้วจะต้องมีการรวมคะแนนกัน เพราะแม้ลำดับจะเรียงอย่างเหมาะสมตามแต่กรรมการแต่ละคน แต่ในช่วง rank ความห่างจะกระจายตัวไม่เท่ากัน เช่น เราดูงานของทีมนี้ให้ไป 98 แต่เจออีกทีมงานดีกว่ามากๆ แต่ให้คะแนนห่างกันได้แค่ 2คะแนน

คือผมมองเห็นปัญหาอยู่นานละ แต่ไม่มีความสามารถมากพอที่จะอธิบายเป็นภาษามนุษย์ได้ ดังนั้น ต้องพิสูจน์ทฤษฏี

อันนี้ผมเลยยกตัวอย่าง จากไฟล์ที่ไปตัดสินมาล่าสุดเอามาให้ดู กรรมการมี 3ท่าน ลงคะแนนเรียบร้อย รวมคะแนนเรียบร้อย ผมตัดเฉพาะ 10 อันดับสูงสุดมา

ตารางคะแนน ของปัจจุบัน อันนี้คือใช้วิธีตามที่นิยมกัน คือเอาเลขคะแนนมารวมกัน ใครเลขมากชนะ

original

เป็นผู้ดำเนินรายการ

เคยไปสอนหนังสือก็หลายครั้ง เคยเป็นวิทยากรก็เกินจะนับไหว แต่หน้าที่ใหม่ที่ได้รับคือ เป็นผู้ดำเนินรายการ ก็คือ เผอิญว่าคนที่ทำหน้าที่นี้อยู่เดิมลาออกไปแล้ว ดังนั้นหน้าที่จึงถูกถ่ายทอดลงสู่เจ้าหน้าที่จิปาถะโดยไม่ได้นัดหมาย ก็ครั้งแรกต้องไปเป็นผู้ดำเนินรายงานงานเสวนาที่ ภูเก็ต (งานเสวนาก็คือ Panel discussion นั่นเอง)

โดยปกติแล้วสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการสอนหรือพูดคือ

  • เนื้อหา จะสอนอะไรบ้าง จะพูดอะไรบ้าง
  • ลำดับ พูดอะไรก่อน อะไรหลัง (อันนี้ Drupal ยากสุด เพราะตัวมันเวลาใช้งานจะมีความสัมพันธ์ไขว้กันไปมา ลำดับการสอนลำบากมาก)
  • จินตาการถึงผู้เรียนในแต่ละระดับ ว่าเมื่อพูดเรื่องนี้ เขาจะคิดอะไร จะทำความเข้าใจยังไง สามารถเข้าใจผิดเป็นแบบไหนได้บ้าง จะดึงกลับเข้ากรอบเดิมได้ยังไง
  • สิ่งที่ยังไม่ควรพูด อาจเป็นเรื่องเทคนิคจ๋า หรือเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าที่จะเข้าใจได้ในตอนนี้
  • แรงบันดาลใจ หาอะไรจ๊าบๆมาเล่า เพื่อให้หลังจบอบรมหรือสัมมนาไปแล้ว เขาจะเกิดความอยากที่จะไปศึกษาต่อ
  • การประยุกต์ใช้ ให้เขานึกออกว่ามันจะไปเอฟเฟกต์กับชีวิตจริงของเขาได้ยังไง

อันนั้นคือคร่าวๆของสิ่งที่ผู้สอนหรือวิทยากรจะต้องเจอ แต่พอเป็นผู้ดำเนินรายการแล้วมันจะต่องออกไป

สิ่งที่จะต้องเตรียมคือ

  • คำถาม อะไรถามก่อน ถามหลัง
  • ปรับพื้น ต้องเสริมข้อมูลก่อนเริ่ม เพื่อให้ผู้เข้าฟังมีความรู้พื้นฐานพอที่จะเข้าใจเนื้อหาในการเสวนา

openoffice.org artwork cd

artwork ของ OO ก็ปรับด้วย อันนี้ปรับเยอะหน่อย เรียกว่าทำใหม่เลยก็ยังได้ artwork อิงตาม official เอามาปรับๆตามสมควร ใส่ข้อความเดิมๆลง ใส่เลขว่า OO3 ส่วนเนื้อตกลงกันว่าจะเป็น oo 3.0.1 ยังไม่เอา 3.1 เพราะเห็นว่ามีบักบางอย่างเกี่ยวกะภาษาไทย ยังคิดอยู่ว่า ถ้าโปรแกรมมันอัพเป็น 3.x แล้วจะใส่เลขเวอร์ชั่นของปกว่ายังไงดี

openoffice.org cd label

openoffice.org cover cd 1

openoffice.org cover cd 2

chantra 4.1 artwork

ก็ ทำ artwork ของ chantra 4.1 ละ เตรียมส่งโรงพิมพ์ ไม่ได้ปรับไรเพิ่มมาก แค่ใส่ .1 ลงไปท้ายเวอร์ชัน แล้วก็ปรับขนาดโลโก้ตรงหน้าปกลงมา เพราะตัว .1 มันมาเบียดพื้นที่ไปนิด

chantra 4.1 label cd

chantra 4.1 cover cd

ใกล้สิ้นปีงบประมาณแล้ว ใช้เงินเร็ว

มันก็เป็นอะไรที่ง่ายมากๆ พอใกล้สิ้นปีงบประมาณ ทุกหน่วยงานก็จะหาทางใช้เงินให้หมด เพื่อจะได้เป้า ไม่งั้นปีหน้าก็จะของบไม่ได้ ซึ่งงานที่ง่ายและเร็วก็จะเป็นงานจำพวก อบรมสัมมนา

และวงจรมันก็ง่ายมากๆ

  • หน่วยงานจ่ายค่าสถานที่ เจ้าของสถานที่เอาเงินไปซื้อข้าวกิน
  • หน่วยงานจ่ายค่าวิทยากร วิทยากรก็เอาเงินไปซื้อข้าวกิน
  • เจ้าหน้าที่ใช้เวลางานไปอบรมสัมมนา และไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมา นอกจากกินข้าวฟรี
  • ชาวนาก็แค่จ่ายภาษีมาให้หน่วยงานรัฐเผาเงินให้ได้ตามเป้า แล้วเราก็มาสรุปกันว่า ปีนี้ใช้เงินกระตุ้นเศรฐกิจได้ตามเป้าหมาย

ผมไม่ได้อยากจะโทษใคร แต่มันน่าสงสารชาวนาไทยเสียเหลือเกิน


Let's chat

Comment

Tags

tweets

Software tracking

del.icio.us/~

Another ~

The Ubuntu Counter Project - user number # 5754
Add to Technorati Favorites