gumara

เหนือกว่าเหตุผล ผมไม่มีเหตุผล

work

Autistic

วันนี้ไปสอนเด็กครุศาสตร์จุฬา ก็สอนตามปกติเหมือนสอนที่อื่น แต่คลาสนี้พิเศษนิดนึงตรง มีน้องคนนึงเป็นเด็กออทิสติก (เป็นน้องผู้หญิง) ซึ่งผมเพิ่งเคยได้สัมผัสใกล้ชิด

อธิบายอย่างง่าย อาการจะเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวสูง ผมเหลือบไปเห็นสมุดจดน้องเขา น้องเขาจดเป็นตัวหนังสือนะ แต่มันอ่านไม่รู้เรื่องเลย ไม่รู้ว่าน้องเขาอ่านเองรู้เรื่องป่าว

ดูจากพัฒนาการแล้ว น้องเขาไม่เหมาะจะเรียน ป.ตรี คือผมนึกไม่ออกว่าน้องเขาจะมาเรียนทำไม (ถ้าไม่เพราะพ่อแม่ไหลไปตามกระแสสังคม) นึกแล้ว พอน้องเรียนจบมา ก็ไม่สามารถหางานได้อยู่ดี เพราะอัตราการแข่งขันสูงมาก โดยมุมมองของผมแล้ว ถ้ารักน้องเขาจริงๆ ผู้ปครองควรให้เรียนอย่างอื่น คือไม่ต้องเรียนอย่างคนปกติเรียนไปเลย (ไม่รู้มีหลักสูตรแบบนี้รึเปล่า) เข้าใจว่าถ้าเรียนรวมกับเด็กออทิสติกก็ยิ่งไม่มีพัฒนาการ แต่ผมคิดว่า ถ้าเรียนร่วมกับเด็กปกติก็ต้องลดระดับชั้นเรียนลงไปเลย คือไปเรียนในระดับมัถธยมไป

สิ่งที่จำเป็นต้องฝึกให้กับเด็กออทิสติก ในมุมมองของผมคือ ความอดทน ความรับผิดชอบ เท่านั้น แล้วก็ทำงานเลย ซึ่งงานที่ทำก็ต้องเป็นงานง่ายๆ เช่น เสริฟอาหาร, ถ่ายเอกสาร (เข้าใจว่าอัฉริยะออทิสติกมี แต่นี่พูดถึงเคสทั่วไป)

ถ้าในมุมของผมสมัยนักเรียน ผมคงไม่รู้สึกอะไรมาก แต่จากมุมมองพ่อแม่ ผมนึกไม่ออกเลยว่าพ่อแม่เขาจะต้องเป็นทุกข์ขนาดไหน ใครจะหาเลี้ยง ใครจะดูแลหลังจากพ่อแม่ตายไปแล้ว ถ้าผมเป็นพ่อแม่ของน้องก็คงลำบากอยู่

เกมส์

นั่งทำปก Mekha เป็นแผ่นรวมเกมโอเพนซอร์ส ส่งอาร์ตเวิร์คไป โดนคอมเมนท์ว่า เขียนคำว่าเกมผิดนะ เพราะคำว่าเกมต้องมี ส์ ต้องเป็นเกมส์ถึงจะถูก ผมก็ เอ่อ ที่มันมี ส์ มันผิดไม่ใช่เหรอ เพราะเกมมันเป็นภาษาอังกฤษว่า Game ซึ่งไม่เห็นมี s ตรงไหน

เหตุผลที่ได้คือ คงเพราะเป็นคำที่นิยม มาจาก Games เราเลยนิยมใช้ เกมส์ ดังนั้นแปลว่าเราต้องทำสิ่งที่ผิด เพื่อให้เข้ากับคนส่วนใหญ่

ผมเลยยิงคำถามต่อว่า งั้น Files ก็ต้องแปลว่า แฟ้มส์ ก็ไม่มีคำตอบใดๆ

ถ้าแผ่น Mekha ออกมาแล้ว แล้วอยากจะด่าว่าทำไมเขียนผิด กรุณาด่าผมนะครับ ผมผิดเองที่ไม่มีอำนาจจะฟอร์ซ

ขอบคุณ

ปล. พยายามเปิดเว็บราชบัณฑิตเพื่ออ้างอิง แต่เสือกติด black list อีก เวรจริง

ทำงานพิเศษกันเถิด

จากปัญหาต่างๆของเด็กในบ้านเรา ผมเองจะชอบบอกว่า เป็นเพราะบ้านเราไม่มีค่านิยมในการให้เด็กทำงานพิเศษ คือเราจะชอบเน้นให้เด็กเรียนพิเศษ ซึ่งสิ่งที่ได้จากการเรียนพิเศษมันจะเป็นความรู้ในตำราอย่างเดียว แต่สิ่งที่ได้จากการทำงานพิเศษมันจะเป็นความรู้ในโลกกว้าง (คือการเรียนพิเศษก็สำคัญแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องไปให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นสิ่งเดียว) ปัจจุบันเราจะแข่งแค่ว่า ทำไงถึงได้เรียนมหาลัยดีๆ ได้คะแนนสูงๆ หลายคนจบคะแนนดีแต่ทำงานไม่เป็นเยอะแยะไป ผู้ปกครองเองก็บ้าชอบวัดชอบแข่งกันที่คะแนน แฟนผมก็เป็น ชอบทำการบ้านให้ลูก เพราะกลัวคะแนนจะน้อย ซึ่งจริงแล้วไอ้ตัวเลขในวัยเรียนนั้นมันเป็นปัจจัยในการชีวิดที่น้อยมาก ถ้าบิลเกตเป็นลูกผม คงไม่ได้ลาออกมาทำไมโครซอฟท์ แต่คงต้องถูกบังคับให้เรียนเอาเกียรตินิยม แล้วก็ต่อด๊อกเตอร์ แล้วไปสมัครงานที่ดังๆ

อย่างที่เคยเล่าให้หลายๆคนฟังว่าเด็กฝึกงานรุ่นที่เพิ่งผ่านไป ถามมันว่าทำไมเรียนวิทย์คอม มันบอกตอน ม.ปลาย มันอยากเก่งโฟโต้ชอป มันเลยสอบเข้าวิทย์คอม หรืออย่างผมเองตอนเด็กมีความฝันอยากเป็นเชพอาหารฝรั่งเศษ ถ้าผมได้ทำงานพิเศษ ผมก็อาจเลือกทำร้านพิซซ่า ได้คุยกับพ่อครัว และได้รู้ว่า การเรียนด้านทำอาหารนั้นมีอยู่

จริงแล้วการทำงานพิเศษนั้นมีประโยชน์หลายสถาน เช่น ได้รู้โลกกว้าง ได้วิสัยทัศน์ ศึกษามุมมองจากผู้ใหญ่ ได้รู้จักการวางตัวในหมู่คณะ รู้ความสำคัญของเงิน และเลือกใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม อดออมเป็น รู้จักอดทน เช่น อยากได้มือถือใหม่ตอนนี้ แต่ต้องรอสิ้นเดือนให้เงินออกก่อนถึงจะซื้อได้

21 heart breaking OpenOffice bugs

สัก 1เดือนก่อน @untsamphan ส่ง VDO ที่คนทำเพื่อโจมตี OpenOffice.org ให้ดูทาง Youtube มี 13หัวข้อ ผมเป็นเดือนเป็นร้อน เพราะเห็นว่า การกระทำนี้มันมีความจงใจที่จะโจมตี และมันต้องลงทุนทำ คือไม่ได้ทำเล่นๆ แน่นอน ดังนั้นเมื่อทำด้วยการลงทุนแปลว่า จะต้องมีการขยายผล คือผมห่วงสิ่งที่จะเกิดหลังจากนี้ ไม่ได้ห่วงได้ 13Video นี้ (Video ถูกลบไปแล้ว ไม่งั้นจะวางลิงก์ไปให้) ซึ่งจะส่งผลต่อผู้ประกอบการ OSS ในไทย ผู้ที่อบรม, ให้คำปรึกษา, ซัพพอร์ทซอฟต์แวร์ OpenOffice.org เอง และบริษัทที่ส่งเสริม Linux Desktop (เพราะต้องใช้ OO แน่นอน) แต่คนอื่นๆ ในฝ่ายไม่มีใครสนใจเลย เพราะมองว่า แค่ Video ใน Youtube ใครจะมาดู

ถัดมา ต้นอาทิตย์นี้ PC World ออกหนังสือ ซึ่งมีบทความนี้ http://www.scribd.com/doc/31850496/21-heart-breaking-OpenOffice-bugs-rev... ส่งผลให้ที่ฝ่ายเริ่มเป็นเดือนเป็นร้อนกันบ้างแล้ว

แล้ววันนี้ก็ได้รับหนังสือนี้ http://www.scribd.com/doc/31965170/Discredit-Open-Office-Application ซึ่งได้มีการส่งกระจายไปตามหน่วยงานต่างๆ

ก็รู้สึกดีที่คนในฝ่ายเริ่มเห็นในสิ่งที่ผมพยายามบอกบ้างแล้ว แต่ทำไมเวลาผมพูดอะไรไม่ค่อยมีใครฟังเลย นึกถึงตอนที่ MK ทำงานด้วย เวลาผมคิดอะไรจะต้องอธิบายให้ MK เข้าใจด้วยกันก่อน คือผมต้องถ่ายทอดความคิดให้ MK รอบนึง แล้วพอ MK เป็นคนอธิบาย คนอื่นถึงจะฟัง ตอนนี้ MK ไม่อยู่แล้ว

ทำไมเราช่างตัวเล็กอย่างนี้

วิธีการให้คะแนน

ตั้งกะทำงานมาก็ มีเหตุให้ต้องเป็นกรรมการให้คะแนนตัดสินผลงานตามงานต่างๆอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่พบในการให้คะแนนคือ กรรมการแต่ละคนมีเกณฑ์ในการให้คะแนนที่แตกต่างกัน เช่น ช่วงคะแนนที่ผมมักจะให้จะอยู่ที่ กลางถึงสูงสุด แปลว่า คนที่งานห่วยๆก็จะได้จากผมได้สัก 50% แต่กับกรรมการอีกคน 50% อาจหมายถึงงานในระดับกลางเลยก็ได้

ฟังดูเผินๆเหมือนจะไม่มีปัญหา เพราะยังไงคะแนนมันก็ต้องเรียงกันเป็นลำดับตามคามเหมาะสมอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็ใช่ ถ้ากรรมการคนเดียวจะไม่มีปัญหา แต่ปัญหามันจะเกิดเมื่อมีกรรมการหลายคน แล้วจะต้องมีการรวมคะแนนกัน เพราะแม้ลำดับจะเรียงอย่างเหมาะสมตามแต่กรรมการแต่ละคน แต่ในช่วง rank ความห่างจะกระจายตัวไม่เท่ากัน เช่น เราดูงานของทีมนี้ให้ไป 98 แต่เจออีกทีมงานดีกว่ามากๆ แต่ให้คะแนนห่างกันได้แค่ 2คะแนน

คือผมมองเห็นปัญหาอยู่นานละ แต่ไม่มีความสามารถมากพอที่จะอธิบายเป็นภาษามนุษย์ได้ ดังนั้น ต้องพิสูจน์ทฤษฏี

อันนี้ผมเลยยกตัวอย่าง จากไฟล์ที่ไปตัดสินมาล่าสุดเอามาให้ดู กรรมการมี 3ท่าน ลงคะแนนเรียบร้อย รวมคะแนนเรียบร้อย ผมตัดเฉพาะ 10 อันดับสูงสุดมา

ตารางคะแนน ของปัจจุบัน อันนี้คือใช้วิธีตามที่นิยมกัน คือเอาเลขคะแนนมารวมกัน ใครเลขมากชนะ

original


Let's chat

Comment

Tags

tweets

del.icio.us/~

Another ~

The Ubuntu Counter Project - user number # 5754
Add to Technorati Favorites